เพิ่มโอกาสคนสูงอายุทำงาน - ตัวอย่างนโยบายในต่างประเทศที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงาน
- พรรคเศรษฐกิจ

- 10 ธ.ค. 2567
- ยาว 1 นาที
แรงงานสูงวัยทำงานต่อ
หลายประเทศทั่วโลกที่เข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนประเทศไทย ได้มีการออกแบบนโยบายที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานได้อย่างเต็มศักยภาพ บทเรียนจากนานาชาติสามารถนำมาปรับใช้เพื่อออกแบบนโยบายของไทยให้เหมาะสมกับบริบทของเรา โดยยังคงยึดหลักการสำคัญว่า “อายุไม่ใช่อุปสรรคของศักยภาพ”
1. ญี่ปุ่น – การยืดอายุการทำงานและสร้างโครงสร้างสนับสนุน
✅ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องเสนอการจ้างงานต่อถึงอายุ 70 ปี หากพนักงานต้องการทำงานต่อ✅ ส่งเสริมโครงการ “Silver Human Resource Centers” สนับสนุนให้ผู้สูงวัยทำงานพาร์ทไทม์หรือรับงานชั่วคราวตามความสมัครใจ✅ ให้เงินอุดหนุนแก่องค์กรที่จ้างผู้สูงวัย พร้อมทั้งให้สิทธิพิเศษด้านภาษี✅ สนับสนุนหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถอัปเดตทักษะใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา
2. เยอรมนี – ความยืดหยุ่นและระบบบำเหน็จที่เอื้อต่อแรงงานสูงวัย
✅ ยอมให้ผู้สูงวัยสามารถทำงานต่อหลังเกษียณโดยยังได้รับเงินบำนาญเต็มจำนวน✅ ลดภาษีสำหรับรายได้ที่มาจากการทำงานของผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ✅ สนับสนุนการจ้างงานแบบยืดหยุ่น (flexi-jobs) สำหรับแรงงานสูงวัย✅ จัดโปรแกรมอบรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่ผู้สูงอายุฟรี ผ่านความร่วมมือกับห้องสมุด มหาวิทยาลัย และองค์กรชุมชน
3. สวีเดน – การส่งเสริมแนวคิด “ชีวิตการทำงานตลอดชีวิต”
✅ ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมให้ทำงานได้นานที่สุดเท่าที่ต้องการ และสามารถรับเงินบำนาญควบคู่กับการทำงานได้✅ มีโครงสร้างค่าตอบแทนที่ไม่ทำให้การทำงานลดบำนาญ เหมือนกับประเทศที่มีระบบบำนาญแบบตัดสิทธิ์✅ สนับสนุนการจ้างงานในภาคบริการ ภาคสาธารณะ และภาคสังคม ที่เหมาะกับแรงงานสูงวัย✅ ให้ทุนสนับสนุนโครงการธุรกิจของผู้สูงวัย เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการอาวุโส
4. สิงคโปร์ – การปรับนโยบายเพื่อรองรับแรงงานสูงวัยโดยตรง
✅ กำหนดให้บริษัทต้องต่ออายุการจ้างงานจนถึงอายุ 67 และสนับสนุนให้จ้างต่อถึง 70 ปี✅ โครงการ "Special Employment Credit (SEC)" ที่รัฐบาลสมทบค่าจ้างบางส่วนให้กับนายจ้างที่จ้างแรงงานสูงวัย✅ โครงการ “SkillsFuture” ช่วยให้ประชาชนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ฟรี✅ การลงทุนด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงตลาดงานใหม่ ๆ ที่ไม่จำกัดด้วยอายุ
5. สหรัฐอเมริกา – สิทธิแรงงานที่เท่าเทียม และความหลากหลายในการจ้างงาน
✅ กฎหมาย “Age Discrimination in Employment Act (ADEA)” ห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติในเรื่องอายุในการจ้างงาน✅ ส่งเสริมการทำงานแบบ freelance, remote work และ flexible hours สำหรับผู้สูงวัย✅ บริษัทชั้นนำหลายแห่งมีโครงการ “Encore Careers” ส่งเสริมการใช้ประสบการณ์ของผู้สูงวัยในบทบาทใหม่ เช่น เมนเทอร์ หรือโค้ชองค์กร✅ การจ้างงานในสถาบันการศึกษา สาธารณสุข และอุตสาหกรรมบริการยังคงเปิดกว้างสำหรับแรงงานสูงวัย
6. ผลลัพธ์และแนวคิดที่ไทยควรนำมาปรับใช้
✅ ประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แรงงานสูงวัยไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นทรัพยากรที่มีค่าหากได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้อง✅ การสร้างแรงจูงใจทั้งจากฝั่งแรงงานและฝั่งนายจ้าง มีผลต่อการจ้างงานสูงวัยอย่างยั่งยืน✅ ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการคุ้มครองสิทธิการจ้างงาน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แรงงานสูงวัยยังมีบทบาทได้อย่างเต็มที่
บทสรุป
ประเทศไทยควรเรียนรู้จากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสนับสนุนแรงงานสูงวัยอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย ภาษี โครงสร้างสวัสดิการ หรือการฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรให้ความสำคัญกับการมองแรงงานสูงวัยในฐานะทรัพยากร ไม่ใช่ภาระ เพื่อสร้างสังคมที่มีศักยภาพทุกช่วงวัย และลดการพึ่งพาแรงงานต่างชาติที่ไม่มีทักษะในระยะยาว
📢 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคเส้นด้ายนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองผู้ว่าจ้าง: พรรคเส้นด้าย เลขที่ 226/1 ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600ผู้ผลิต: บจก.ฟรีมาร์เก็ตเทียร์ เลขที่ 74/6 ถนนพระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม 10400จำนวนที่ผลิต: 1 โพสต์งบประมาณ: 3,000 บาทผลิตตามวันและเวลาที่ปรากฏ




ความคิดเห็น