top of page

ยาแรงเพื่อฆ่าเชื้อ ไม่ใช่เพื่อฆ่าคนดี: ทำไม “ทุจริต = โทษสูงสุด” ต้องมาคู่ “4 ชัด”

ยาแรงเพื่อฆ่าเชื้อ ไม่ใช่เพื่อฆ่าคนดี: ทำไม “ทุจริต = โทษสูงสุด” ต้องมาคู่ “4 ชัด”



ทุกครั้งที่สังคมได้ยินคำว่า “กฎหมายปราบโกงแบบยาแรง” โดยเฉพาะแนวคิดโทษสูงสุดถึงขั้น “ประหารชีวิต” คำถามแรกที่ดังขึ้นมักเป็นคำถามเดียวกันว่า แรงไปไหม? และคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ถ้าโดน “ยัดข้อหา” หรือ “กลั่นแกล้งทางการเมือง” จะทำอย่างไร?


ผมอยากตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ความกลัวของคนจำนวนมากไม่ใช่เพราะอยากโกง แต่เพราะเคยเห็น “กฎหมายที่ไม่ชัด” ถูกใช้เป็นเครื่องมือมาก่อน

และที่เจ็บกว่านั้นคือที่ผ่านมา เรามีกลไกปราบโกงมากมาย แต่กลับ ไม่เคยใช้ได้จริงอย่างต่อเนื่อง ในทุกรัฐบาล สุดท้ายคนโกงบางกลุ่มยังกล้าทำ เพราะเขาเชื่อว่า “โกงแล้วรอด” หรือ “โกงแล้วต่อรองได้”

ดังนั้น ถ้าประเทศไทยจะยุติวงจรนี้ให้ได้จริง เราต้องทำ 2 อย่างพร้อมกัน


หนึ่ง ทำให้คนโกง “กลัวจริง”

สอง ทำให้คนดี “ปลอดภัยจริง”

และนี่คือเหตุผล 5 ข้อที่ทำให้ “ยาแรง” จำเป็น แต่ต้องมาพร้อม “กลไกคุ้มครองคนดี” ที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น


1) คนกลัวกฎหมายแรง แต่ถ้าไม่ผิด อย่ากลัว

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่โทษที่แรง แต่คือกฎหมายที่แรงแต่ “ไม่ชัด” เพราะความไม่ชัดเปิดช่องให้ใช้ดุลยพินิจ และเปิดช่องให้กล่าวหาแบบลอย ๆ

หลักสำคัญคือ โทษสูงสุดต้องใช้กับ “ตัวจริง” เท่านั้น ไม่ใช่กับคนทำงานสุจริตที่พลาดทางเอกสาร หรือถูกป้ายสี


2) ถ้ายาไม่แรง คนก็ยังทำอยู่

เราต้องยอมรับความจริงว่า “ต้นทุนของการโกง” ที่ผ่านมา ไม่สูงพอ เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้

เมื่อระบบเชื่อว่าโกงแล้วมีทางหนี การโกงจึงกลายเป็น “การลงทุน” ที่คุ้มค่าในสายตาคนผิด

“ยาแรง” จึงมีหน้าที่เปลี่ยนสมการนี้ให้กลับด้าน—ทำให้ โกงแล้วไม่คุ้ม ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน


3) ต้องมีระยะเวลาพิสูจน์ตัวเอง และความเป็นธรรมระหว่างทาง

เป้าหมายของนโยบายยาแรงไม่ใช่ “ประหารใครให้ได้มากที่สุด” แต่คือทำให้ ไม่มีใครกล้าโกง จนแทบไม่ต้องใช้โทษสูงสุดเลย

ระหว่างกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม และเข้าถึงกระบวนการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

เพราะเราต้องการให้ “ความจริงชนะด้วยหลักฐาน” 


4) ต้องปกป้องคนดี ไม่ให้ใครเอายาแรงไปใช้ผิดทาง

ถ้าใช้ยาแรงโดยไม่มีเกราะกันแกล้ง คนดีจะไม่กล้าเซ็นงาน ระบบจะหยุดนิ่ง และประเทศจะเสียหายมากกว่าเดิม

เพราะฉะนั้น “เกราะป้องกันการกลั่นแกล้ง” ต้องแข็งแรงพอ ๆ กับบทลงโทษ


5) กลไกที่ประชาชนยอมรับได้ ต้องจำง่าย ตรวจสอบได้

เพื่อให้ประชาชนเชื่อและยอมรับ เราต้องทำให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ความโหดที่ไร้เหตุผล แต่มันคือความ “แม่นยำ”

ดังนั้นต้องมีคีย์เวิร์ดกลไกที่จำง่ายและยืนบนหลักฐาน นั่นคือ

“เงินชัด – เจตนาชัด – ศาลชัด – ข้อมูลชัด”



เงินชัด: จะลงโทษหนักได้ ต้องมีเส้นทางเงินหรือทรัพย์สินที่จับต้องได้ ไม่ใช่กล่าวหาลอย ๆ

เจตนาชัด: แยก “ทำงานพลาด” ออกจาก “ตั้งใจโกงเพื่อผลประโยชน์” ให้เด็ดขาด

ศาลชัด: คดีโทษสูงต้องจบที่ศาลอย่างแท้จริง ผ่านการกลั่นกรองหลายชั้น ไม่ใช่ใบสั่ง

ข้อมูลชัด: ทุกขั้นตอนต้องมีร่องรอยข้อมูลตรวจสอบได้ เปิดเผยได้ ย้อนตรวจได้ เพื่อปิดช่องยัดข้อหาและบิดหลักฐาน


สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากประโยคเดียวที่สังคมไทยควรยึดเป็นหลักว่า

“ยาแรงมีไว้ฆ่าเชื้อ ไม่ได้มีไว้ฆ่าคนดี”

ถ้าคุณสุจริต คุณไม่ควรกลัว เพราะเราจะวางระบบให้ “ชัด” จนปกป้องคุณได้

แต่ถ้าคุณโกง คุณควรกลัว เพราะยุคที่โกงแล้วต่อรองได้ ต้องจบลงได้แล้ว


Written by Songsak Chatchoosakul



ความคิดเห็น


Logo

พรรคเศรษฐกิจสำนักงานใหญ่

226/1 ถนนเพชรเกษม

แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่

กรุงเทพมหานคร 10160

bottom of page