ท่องเที่ยวไทย ทำไม “รายได้ดูเยอะ แต่คนไทยยังไม่รวยจริง?”
- พรรคเศรษฐกิจ

- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ท่องเที่ยวไทย ทำไม “รายได้ดูเยอะ แต่คนไทยยังไม่รวยจริง?”
ตัวเลขท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา คนเข้าเป้า เม็ดเงินสะพัด ดูเหมือนเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ถ้ามองแบบคนทำงานเศรษฐกิจจริง ๆ เราจะรู้ทันทีว่า เราไม่ได้รวยขึ้นตามตัวเลข เพราะปัญหาใหญ่ของไทยตอนนี้ไม่ใช่ “นักท่องเที่ยวน้อย” แต่คือ ระบบของเรายังรั่ว–ช้า–กระจุก–ติดกับดักทุน–และมาตรฐานไม่เท่ากัน
พูดง่าย ๆ: เราหาเงินเก่ง แต่เก็บเงินไม่อยู่
นี่คือ 5 จุดตายที่ทำให้ “รายได้มหาศาล” จากท่องเที่ยว ไม่เคยกลายเป็น “ความมั่งคั่งของคนไทย” อย่างที่ควรจะเป็น
1) โครงสร้างเศรษฐกิจ: ถังรั่ว (Economic Leakage)
หาเท่าไหร่ ไหลออกเท่านั้น คำว่า Economic Leakage ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ คือ เราทำงานหนักมาก แต่กำไรเนื้อ ๆ หลุดออกนอกประเทศก่อนถึงมือคนไทย มันรั่วผ่านหลายทาง เช่น โรงแรม/ร้านอาหารต้องนำเข้าเนื้อ ไวน์ เครื่องครัว ผ้าปูที่นอน สบู่–แชมพู เพราะเรายังติดภาพว่า “ของนอกคือมาตรฐาน”
OTA/แพลตฟอร์มกินค่าคอม 15–30% ก่อนเงินถึงผู้ประกอบการไทย
เชนต่างชาติ ห่วงโซ่ทัวร์ข้ามชาติ กำไรขั้นสุดท้ายไม่เคยตกในระบบไทยเต็มที่มีงานประเมินว่าเราอาจรั่วไหล ประมาณ 28%แปลว่าหาเงินได้ 100 บาท หายไป 28 บาท ถ้ารายได้ท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้านบาท ก็รั่วเกือบ ล้านล้าน ในปีเดียว นี่แหละครับที่ทำให้ประเทศ “รวยแต่เปลือก” แบบที่เห็นทุกวันนี้
ทางแก้: เราต้องใช้ยุทธศาสตร์ “Local Content First” ครับ ไม่ใช่เอาความสากลมากลบความเป็นไทย แต่ต้องเอาวัฒนธรรมนำ แล้วเอาความสากลไปเสริม ขายผลไม้ไทย วัตถุดิบไทย งานหัตถกรรมไทย ให้กลายเป็น “ความพรีเมียม” เงินจะได้หมุนในมือคนไทยเต็มเม็ดเต็มหน่วย เงินจะได้หมุนในมือคนไทยมากที่สุด
2) การบริหารจัดการ: อุ้ยอ้าย–แยกส่วน (Fragmented Management)
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็น Real-time industry แต่ระบบราชการไทยทำงานแบบ Batch processing ปัญหาคือหลายกระทรวง–หลายหน่วยงานทำงานแยกส่วน ไม่มี Single Command เวลาเกิดเรื่องด่วน เช่น ความปลอดภัย ภาพลักษณ์ รีวิวลบ ข่าวลือ—ตลาดเปลี่ยน “เป็นชั่วโมง”
แต่รัฐขยับ “เป็นรอบประชุม” ผลคือเราเสียโอกาสทองในหลายจังหวะ และแก้ปัญหาไม่ทันใจทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
ทางแก้: เราต้องการ “Single Command Center” หรือศูนย์สั่งการเดียวที่รวมข้อมูลทุกหน่วยงาน มาตัดสินใจได้ทันทีแบบ Real-time ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างประชุมครับ
3) โครงสร้างพื้นฐาน: รวยกระจุก จนกระจาย (Concentration Problem)
เมืองรองไทยมี “ของดี” เยอะ แต่มัน ไม่มีระบบ ปัญหา 3 ตัวตรง ๆ คือ
Access ไปยาก
Assurance มาตรฐานไม่คงที่
Attraction Packaging ไม่ครบวงจร (กิน–นอน–เที่ยว–ซื้อ–กลับ)
ผลลัพธ์: เม็ดเงินเลยกองอยู่แค่ กรุงเทพฯ–ภูเก็ต–เชียงใหม่–พัทยา
ส่วนจังหวัดอื่นได้เพียงเศษเงิน ทั้งที่มีศักยภาพไม่ต่างกัน
ทางแก้: ต้องสร้างระบบ “Feeder System” หรือขนส่งเส้นเลือดฝอยครับ เชื่อมจากสถานีรถไฟ/สนามบิน เข้าสู่ชุมชนลึกๆ ให้ได้ ถ้านักท่องเที่ยวไปง่าย เงินถึงจะกระจายจริงครับ
4) สภาพคล่องผู้ประกอบการ: กับดักเงินหมุน (Financial Trap)
ธุรกิจท่องเที่ยวมีลูกค้าเยอะ แต่ “เงินสดตั้งต้น” ไม่พอ เพราะต้องวางเงินก่อน (โรงแรม–ตั๋ว–กิจกรรม) แต่ธนาคาร ไม่นับใบจองเป็นหลักทรัพย์ ผลลัพธ์คือ รายย่อยโตไม่ได้ บางรายต้องกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยกัดจนหมดกำไร สุดท้ายกิจการดี ๆ ต้องขายให้นายทุนใหญ่ในราคาถูกเรียกง่าย ๆ ออเดอร์มี แต่เงินหมุนไม่มี รายย่อยแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง
ทางแก้: ต้องปลดล็อกด้วยระบบ “PO Financing” ครับ คือให้เอาใบจองห้องพัก (Purchase Order) มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ระยะสั้นได้ ให้ SME มีเงินหมุนไปรับลูกค้า ไม่ใช่ให้เขาไปตายนอกระบบ
5) คุณภาพ–ทุนเทา–มาเฟีย: ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งเข่ง (Grey Economy)
ปัญหานี้ทำลายทั้งภาพลักษณ์และระบบการแข่งขัน บริการไม่ตรงปก โก่งราคา หลอกนักท่องเที่ยว มาตรฐานไกด์–ข้อมูล–ความปลอดภัยไม่เท่ากัน
ทุนจีนสีเทา/นอมินีทำธุรกิจครบวงจรแบบ Zero Dollar Tour ภาคใหม่ เงินไม่ตกถึงคนไทย ทำให้ผู้ประกอบการสุจริตสู้ต้นทุนไม่ได้ ประเทศต้องแบก “Risk Premium” เพราะภาพลักษณ์เสีย นี่คือ “ภาษีล่องหน” ที่คนไทยทั้งประเทศต้องจ่ายแทน
ปัญหาท่องเที่ยวไทยวันนี้ ไม่ใช่จำนวนลูกค้า แต่คือระบบที่ทำให้เรากักเก็บรายได้ไม่อยู่
เราต้องรีบทำ 3 เรื่องนี้ให้จบ
อุดรูรั่ว ลดการพึ่งพาของนอก ดันอัตลักษณ์ไทยให้เป็นพรีเมียม
กระจายโครงสร้างพื้นฐานและเม็ดเงินไปสู่เมืองรอง
จัดระเบียบทุนเทา–นอมินี และยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ
สุดท้ายอยากฝากประโยคเดียวครับ
“ท่องเที่ยวไทยไม่ได้ขาดรายได้ แต่ขาดระบบที่ทำให้รายได้นั้นกลายเป็นความมั่งคั่งของคนไทยจริง ๆ”
Credit พี่วัช สุรวัช อัครวรมาศ ผู้รู้เรื่องท่องเที่ยวมากที่สุด
Written by Songsak Chatchoosakul




ความคิดเห็น