พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การถกเถียงเรื่อง BTS ในปัจจุบันกำลังเดินผิดประเด็น เพราะประชาชนไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นเจ้าของสัมปทาน แต่สนใจว่าค่าโดยสารจะถูกลงหรือไม่ และระบบขนส่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่
“ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายต่อสัมปทาน และไม่ได้อยู่ฝ่ายไม่ต่อสัมปทาน ผมอยู่ฝ่ายคนกรุงเทพฯ สิ่งที่ต้องคิดคือทำอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพย์สินที่สร้างจากภาษีประชาชน” พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว
ตามแนวคิดดังกล่าว หลังสิ้นสุดสัมปทานเดิม กรุงเทพมหานครจะกลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางวิ่ง สถานี ระบบอาณัติสัญญาณ และทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์
จากนั้น กทม. จะเปิดประมูลผู้ให้บริการเดินรถในลักษณะสัญญาระยะสั้นและแข่งขันได้ ไม่ผูกขาดผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศที่มีประสบการณ์เข้าร่วมแข่งขัน โดยกำหนดตัวชี้วัดด้านคุณภาพบริการ ความตรงต่อเวลา ความปลอดภัย และเพดานค่าโดยสารอย่างชัดเจน
พล.ต.ท.ชาญเทพ ระบุว่า โมเดลดังกล่าวถูกใช้ในหลายประเทศทั่วโลก โดยแยกผู้ถือครองโครงสร้างพื้นฐานออกจากผู้ให้บริการเดินรถ ทำให้รัฐยังคงถือครองทรัพย์สินสาธารณะ ขณะที่เอกชนแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพบริการและลดต้นทุน
“กรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะให้เอกชนผูกขาด หรือให้ราชการบริหารเองทั้งหมด เรายังมีทางเลือกที่ดีกว่า คือให้ประชาชนเป็นเจ้าของระบบ และให้เอกชนแข่งขันกันให้บริการภายใต้กติกาที่โปร่งใส”
นอกจากนี้ ชาญเทพยังเสนอให้รวมตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าทุกระบบเป็นระบบเดียว เชื่อมต่อ BTS, MRT และระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ พร้อมกำหนดค่าโดยสารสูงสุดรายวัน (Fare Cap) เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
“เป้าหมายของผมไม่ใช่การเอาชนะเอกชน หรือสร้างภาพทางการเมือง แต่คือการทำให้คนกรุงเทพฯ จ่ายน้อยลง เดินทางสะดวกขึ้น และได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เป็นของพวกเขาเอง” พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว