สส.อังสณา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายระงับการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเมียนมา 100% แต่จากการลงพื้นที่และตรวจสอบเอกสารกลับพบข้อพิรุธในการทำธุรกรรม โดยมีการสำแดงเอกสารว่าส่งออกน้ำมันไปยังประเทศลาว 100% แต่ข้อมูลเชิงลึกที่ทางกรรมาธิการฯ ได้รับชี้ให้เห็นว่า น้ำมันเหล่านี้อาจถูกลักลอบส่งต่อไปยังเมียนมามากกว่า 50% ซึ่งจุดที่น่ากังวลที่สุดคือ พื้นที่ชายแดนเชียงรายมีการทะลักเข้ามาของยาเสพติดจำนวนมาก จึงต้องตั้งข้อสังเกตว่าเม็ดเงินมหาศาลที่ใช้ซื้อขายน้ำมันโดยไม่สำแดงที่มานี้ อาจเป็นเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดและถูกนำมาฟอกผ่านขบวนการค้าน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ
.
ทางด้าน สส.พีรพล ได้กล่าวโจมตีถึงข้ออ้างของเจ้าหน้าที่การที่ระบุว่า เมื่อน้ำมันออกจากท่าเรือแล้วก็ไม่ทราบปลายทางว่าไปที่ใด ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ผิดปกติและเป็นไปไม่ได้ที่ต้นทางจะไม่รู้ว่าผู้รับปลายทางคือใคร นอกจากนี้ ยังได้เปิดโปงกลไกราคาที่บิดเบี้ยว โดยระบุว่าราคาน้ำมันที่ขายออกไปนั้นถูกกว่าที่ขายให้คนไทยในประเทศถึง 10 บาท และเมื่อขบวนการนี้นำน้ำมันลักลอบเข้าไปขายในเมียนมา จะสามารถปั่นราคาให้สูงขึ้นได้อีก 30 บาท เท่ากับเป็นการฟันกำไรเข้ากระเป๋าสูงถึงลิตรละ 20 กว่าบาท
.
นาย พริษฐ์ ย้ำเตือนในตอนท้ายว่า น้ำมันถือเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในขณะที่ประชาชนคนไทยต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนน้ำมันและเสียภาษีในราคาแพง กลับมีกลุ่มผลประโยชน์ลักลอบนำทรัพยากรของชาติออกไปแสวงหากำไรอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทางพรรคและกรรมาธิการฯ จะเร่งไล่สืบเส้นทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้อย่างเด็ดขาด